แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เรื่องพันธุ์พืช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เรื่องพันธุ์พืช แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ระยะเวลาใช้ประโยชน์ของพันธุ์พืช

 
ระยะเวลาใช้ประโยชน์ของพันธุ์พืช
 
พันธุ์พืชแต่ละพันธุ์เมื่อให้ขยายพันธุ์ให้เกษตรการใช้ปลูกนั้นพันธุ์บางพันธุ์ก็เป็นที่นิยมแพร่หลายออกไปในพื้นที่กว้างขวางและใช้ปลูกเป็นเวลานาน ในทางตรงกันข้ามพันธุ์บางพันธุ์ก็เสื่อมความนิยมและสูญหายไปอย่างรวดเร็ว การที่จะกำหนดว่าพันธุ์พืชพันธุ์หนึ่งจะใช้ ปลูกอยู่เป็นเวลานานเท่าไรนั้นไม่สามารถทำได้ แต่ก็มีหลักเกณฑ์ที่ควรนำมาใช้พิจารณาประกอบมีดังนี้คือ
 
 
  1. เป้าหมายในการปรับปรุงพันธุ์พืชแต่ละพันธุ์ เป็นตามต้องการและยอมรับของเกษตรกรและตลาดโดยทั่วไปหรือไม่
  2. มีการทดสอบและเปรียบเทียบพันธุ์ที่แน่นอนมากครั้ง และกระจายไปทั่วทุกท้องที่และ ฤดูกาลจึงทำให้ผลผลิตเฉลี่ยที่ได้รับเป็นตัวแทนที่แท้จริงของพันธุ์พืชพันธุ์นั้น
  3. ควรมีการทดสอบพันธุ์พืชใหม่ร่วมกัน (uniform yield trials) ทุก ๆ ปีในแหล่งปลูกพืชนั้น เพื่อให้ทราบถึงความดีเด่นของพืชพันธุ์ใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ที่นิยมปลูกอยู่ในปัจจุบัน
  4. พันธุ์พืชที่มีฐานทางพันธุกรรมกว้าง (broad genetic bases) ปรับตัวต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดีกว่าแต่มีการตอบสนองต่อปัจจัยการผลิตได้น้อยกว่าพันธุ์ที่มีฐานทางพันธุกรรมแคบ
http://lms.thaicyberu.go.th/

ชนิดของพันธุ์พืชเป้าหมายในการปรับปรุงพันธุ์

ชนิดของพันธุ์พืชเป้าหมายในการปรับปรุงพันธุ์


ปัจจุบันนี้มีทั้งหน่วยราชการที่ได้แก่ กรมวิชาการเกษตรและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และภาคเอกชนได้แก่บริษัทต่าง ๆ ได้ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมา และมักจะมีคำถามเสมอว่าพันธุ์พืชที่เป็นเป้าหมายควรจะเป็นพันธุ์อะไร ซึ่งประเด็นที่จะใช้พิจารณาสำหรับตอบคำถามนี้ก็คือ ความแตกต่างของเปาหมายของการปรับปรุงพันธุ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
 
 
ภาครัฐดำเนินงานปรับปรุงพันธุ์พืชโดยอาศัยภาษีอากรที่มาจากประชาชน ดังนั้นสิ่งที่ควรพิจารณาก็คือ กำหนดชนิดของพันธุ์ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ก่อนเป็นลำดับแรก กล่าวคือ เป็นพันธุ์บริสุทธิ์ในพืชผสมตัวเอง และเป็นพันธุ์ผสมเปิดหรือพันธุ์สังเคราะห์ในพืชผสมข้ามเนื่องจากพันธุ์พืชดังกล่าวสามารถปรับปรุงพันธุ์และผลินเมล็ดพันธุ์ได้ง่ายกว่า เมล็ดพันธุ์จึงมีราคาถูกและเกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง เมื่อสามารถสร้างพันธุ์ชนิดดังกล่าวได้แล้ว เป้าหมายต่อไปก็คือการสร้างพันธุ์ลูกผสมชั่วแรกเพื่อยกระดับผลผลิตและคุณภาพของผลผลิตในพืชบางชนิด เพื่อให้ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการปรับปรุงพันธุ์พืช และเป็นการช่วยสนับสนุนภาคเอกชนทางอ้อม ในแง่ของการสร้างประชากรพื้นฐานและสายพันธุ์แท้ที่ดี ซึ่งภาคเอกชนสามารถนำไปใช้ประโยชนต่อได้ทันที
ส่วนภาคเอกชนนั้นลงทุนทำการปรับปรุงพันธุ์ก็เพื่อหวังผลกำไร ชนิดของพันธุ์พืชที่เป็นเป้าหมายอันดับแรกก็คือพันธุ์ลูกผสมชั่วแรก เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีมีความเป็นเจ้าของพันธุ์ เกษตรกรต้องซื้อตลอดไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ใช้เองได้ เนื่องจากเกิดการกระจายตัวของกรรมพันธุ์ (segregation) ทำให้ผลผลิตก็จะลดต่ำลงกว่าเดิมไปทุก ๆ ชั่วอายุ
 
http://lms.thaicyberu.go.th

พันธุ์พืชที่ใช้เป็นการค้า (Cultivars)

พันธุ์พืชที่ใช้เป็นการค้า (Cultivars)

พันธุ์ปลูก (Cultivars or varieties) เป็นพันธุ์ที่ใช้ปลูกเป็นการค้า cultivated varieties ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ พันธุ์พืชเหล่านี้มีการตอบสนองสูงต่อปัจจัย การผลิตและการปฏิบัติดูรักษาที่ดีแต่จะได้ผลผลิตไม่สูงนักเมื่อนำไป ปลูกในสภาพธรรมชาติที่ใช้ปัจจัยการผลิตต่ำ
 
  1. โคลน (Clonal cultivars) เป็นพันธุ์ทั้งของพืชผสมข้ามและผสมตัวเองที่ใช้ส่วนอื่น ๆ ของพืชนอกเหนือจากเมล็ดสำหรับขยายพันธุ์เป็นการค้า เช่น หน่อ หัว ลำต้น กิ่ง ไหล เถา เป็นต้น เนื่องจากไม่สามารถผลิตเมล็ดหรือผลิตได้ยาก ส่วนใหญ่พืชเหล่านี้มีพันธุกรรมเป็นพันธุ์ทาง (heterozygous) ลักษณะของลูกจะคล้ายกันและคล้ายกับแม่พันธุ์
  2. พันธุ์บริสุทธิ์ (Pure lines) เป็นพันธุ์ของพืชผสมตัวเองที่เป็นพันธุ์บริสุทธิ์หรือพันธุ์แท้ซึ่งมีความบริสุทธิ์ (Homozygous) อยู่ในระดับสูง มีการกระจายตัว (segregate) ในชั่วอายุต่อ ๆ ไปน้อยมาก หรืออาจจะกล่าวได้ว่าลักษณะของลูกจะเหมือนกับพ่อแม่
  3. พันธุ์ปน (Mixed/blended cultivars) เป็นพันธุ์ของพืชผสมตัวเองสร้างโดยการนำเมล็ดพันธุ์พืชตั้งแต่ 2 สายพันธุ์ขึ้นไปมาปนกันในสัดส่วนที่กำหนด แล้วนำไปปลูกเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน (compensation) เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วนำเมล็ดไปปลูกในชั่วอายุต่อไปต้นพืชจะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากมีสายพันธุ์ปนกันมาแต่เริ่มแรก
  4. มัลติไลน์ (Multilines) เป็นพันธุ์ของพืชผสมตัวเอง ที่สร้างโดยการนำเมล็ดของสายพันธุ์ isogenic lines คือเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะเหมือนกันเกือบทั้งหมดยกเว้นลักษณะความต้านทานต่อโรคเท่านั้นที่แตกต่างกัน มาปนกันในสัดส่วนที่กำหนด แล้วนำไปปลูกเพื่อป้องกันการระบาดของโรคบางโรค ซึ่งจะทำให้ได้รับผลผลิตอยู่
  5. พันธุ์ผสมเปิด (Open-pollinated cultivars) เป็นพันธุ์ของพืชผสมข้ามที่เปิดโอกาสให้มีการผสมเกสรอย่างอิสระ (random mating) ซึ่งเป็นธรรมชาติของพืชที่ผสมเกสรข้ามต้นและอาจมีการคัดเลือกหมู่ (mass selection) ร่วมไปด้วย
  6. พันธุ์ลูกผสมชั่วแรก (F1-hybrids) เป็นพันธุ์ทั้งของพืชผสมข้ามและผสมตัวเองที่นิยมใช้เป็นการค้ามากที่สุด สร้างขึ้นมาจากกการผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์แท้ 2, 3, หรือ 4 สายพันธุ์ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ลูกผสมเดี่ยว (single cross hybrid), ลูกผสมสามทาง (three-way cross hybrid) และลูกสมคู่ (double cross hybrid) ตามลำดับ ซึ่งมีกรรมพันธุ์เป็นพันทาง (heterozygous) แต่ประชากรส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกัน (homogeneous) การสร้างพันธุ์ลูกผสมขึ้นมาก็เพื่อต้องการใช้ประโยชน์จากแรงลูกผสม (hybrid vigor or heterosis)
  7. พันธุ์สังเคราะห์ (Synthetic cultivars) เป็นพันธุ์ของพืชผสมข้ามที่เกิดจากการผสมพันธุ์ที่มีการควบคุมหรือเป็นระบบ (controlled or synthetic pollination) ของสายพันธุ์ พันธุ์หรือโคลน (Clone) ที่มีความสามารถในการรวมตัวทั่วไปดี (good general combining ability) โดยผ่านการ ทดสอบความสามารถในการรวมตัวมาแล้ว ตั้งแต่ 4 สายพันธุ์ขึ้นไปหรือ ลูกผสมคู่ 2 ชุด
http://lms.thaicyberu.go.th

พันธุ์พืชที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์

พันธุ์พืชที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์

เป็นพันธุ์อนุรักษ์ในแหล่งรวบรวมพันธุ์หรือยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงพันธุ์ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามขั้นตอนหรือความก้าวหน้าของการปรับปรุงพันธุ์ดังนี้คือ
 
 
    1. พันธุ์ป่า (Wild species/varieties/germplasm) เป็นพันธุ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้นำมาใช้ในการเพาะปลูก แต่มีการเก็บรักษาไว้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการถ่ายทอดลักษณะบางอย่างมาสู่พันธุ์ปลูก
    2. พันธุ์พื้นเมือง (Indigenous/native/local/landrace) เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากพันธุ์ป่า เกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นได้คัดเลือกและนำมาปลูกเป็นเวลาช้านาน ให้ผลผลิตสูงพอสมควรปรับตับเข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี (ส่วนใหญ่มักจะไม่ตอบสนองต่อปัจจัยการผลิต)
    3. สายพันธุ์ (Lines/strains) เป็นรหัสเรียกกลุ่มพืชที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงพันธุ์ก่อนตั้งชื่อ มีองค์ประกอบของพันธุกรรมเป็นพันธุ์แท้ (Homozygous) และลักษณะของลูกคล้ายกัน (Homogeneous)

ประเภทของพันธุ์พืช

ประเภทของพันธุ์พืช

ในปัจจุบันวิทยาการทางด้านพันธุศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์และการขยายพันธุ์พืชได้เจริญก้าวหน้าไปมาก ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับชนิดของพันธุ์พืชมีความสำคัญมากซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อนักปรับปรุงพันธุ์ในการเลือกวิธีการปรับปรุงพันธุ์และต่อเกษตรกรในการเลือกพันธุ์พืชเพื่อนำไปเพาะปลูกต่อไป
พันธุ์พืช (Varieties) เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกกลุ่มย่อยของพืช (Sub division) ภายในพืชชนิดหนึ่ง(Species) พืชในกลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกันเนื่องจากมีกรรมพันธุ์ร่วมกันแบ่งออกตามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพันธุ์ออกเป็น 2 ประเภทคือ พันธุ์พืชที่ไม่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์และอยู่ ระหว่างการปรับปรุงพันธุ์ และพันธุ์พืชที่ใช้เป็นการค้า (cultivars = cultivated variety แต่ส่วนใหญ่ถูกเรียกว่า variety) ที่เป็นผลงานจากการปรับปรุงพันธุ์แล้ว ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้คือ
  1. มีเอกลักษณ์ (Distinctive) ของตนเอง โดยมีลักษณะเช่นรูปร่าง ขนาด สี และลักษณะทางสรีรวิทยาแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ
  2. มีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous/uniform) ของลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของพันธุ์ภายในกลุ่มของต้นที่เป็นพันธุ์เดียวกัน
  3. มีความคงที่ (Stable/repeatable) ของลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของพันธุ์ โดยไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อทำการขยายพันธุ์ในแต่ละชั่วอายุ